วันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2561

สายคู่บิดเกลียว

       สายคู่บิดเกลียว (Twisted pair) ประกอบด้วยเส้นลวดทองแดงที่หุ้มด้วยฉนวนพลาสติก 2 เส้นพันบิดเป็นเกลียว ทั้งนี้เพื่อลด การรบกวนจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากคู่สายข้างเคียงภายในสายเดียวกันหรือจากภายนอก เนื่องจากสายคู่บิดเกลียวนี้ยอมให้สัญญาณไฟฟ้าความถี่สูงผ่านได้ สำหรับอัตราการส่งข้อมูลผ่านสายคู่บิดเกลียวจะขึ้นอยู่กับความหนาของสายด้วย กล่าวคือสายทองแดงที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางกว้าง จะสามารถส่งสัญญาณไฟฟ้ากำลังแรงได้ ทำให้สามารถส่งข้อมูลด้วยอัตราส่งสูง โดยทั่วไปแล้วสำหรับการส่งข้อมูลแบบดิจิทัล สัญญาณที่ส่งเป็นลักษณะคลื่นสี่เหลี่ยม สายคู่บิดเกลียวสามารถใช้ส่งข้อมูลได้ถึงร้อยเมกะบิตต่อวินาทีในระยะทางไม่เกินร้อยเมตร เนื่องจากสายคู่บิดเกลียวมีราคาไม่แพงมาก ใช้ส่งข้อมูลได้ดีจึงมีการงานอย่างกว้างขวาง สายประเภทนี้มีด้วยกัน 2 ชนิดคือ
                สายคู่บิดเกลียวชนิดไม่หุ้มฉนวน (Unshielded Twisted Pair : UTP) เป็นสายคู่บิดเกลียวมีฉนวนชั้นนอกที่บางอีกชั้น ทำให้สะดวกในการโค้งงอ แต่สามารถป้องกันการรบกวนของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าได้น้อยกว่าชนิดแรก แต่ก็มีราคาต่ำกว่า จึงนิยมใช้ในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ในเครือข่าย ตัวอย่างของสายคู่บิดเกลียวชนิดไม่หุ้มฉนวนที่เห็นในชีวิตประจำวัน คือ สายโทรศัพท์ที่ใช้อยู่ในบ้าน

                 สายคู่บิดเกลียวชนิดหุ้มฉนวน (Shielded Twisted Pair : STP) เป็นสายคู่บิดเกลียวที่หุ้มด้วยลวดถักชั้นนอกที่หนาอีกชั้นเพื่อป้องกันการรบกวนของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า(นิยมนำมาใช้เป็นสายโทรศัพท์)

สื่อที่ใช้ในการสื่อสารข้อมูล

สื่อที่ใช้ในการสื่อสารข้อมูล

 ในระบบเครือข่ายจะต้องมีสื่อที่ใช้ในการเชื่อมต่อสถานีงานต่างๆ ในเครือข่ายเข้าด้วยกัน เพื่อส่งข้อมูล ซึ่งสื่อเหล่านี้จะมีหลายแบบให้เลือกใช้ โดยแต่ละแบบเองก็จะมีจุดเด่นจุดด้อยแตกต่างกันออกไปตามแต่ว่าจะพิจารณาโดยยึดราคา หรือศักยภาพเป็นเกณฑ์
    สื่อแบบมีสาย
    สื่อกลางประเภทมีสาย หมายถึง สื่อกลางที่เป็นสายซึ่งใช้ในการเชื่อมโยงโดยอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อใช้ในการส่งผ่านข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ และอุปกรณ์ในระยะทางที่ห่างกันไม่มากนัก
    สายคู่บิดเกลียว (Twisted pair)

อุปกรณ์เครือข่าย

อุปกรณ์เครือข่าย
4.1 การ์ดเครือข่าย (Network  Adapter) หรือ การ์ด LAN


     เป็นอุปกรณ์ทำหน้าที่สื่อสารระหว่างเครื่องต่างกันได้ไม่จำเป็นต้องเป็นรุ่นหรือยี่ห้อเดียวกันแต่หากซื้อพร้อมๆกันก็แนะนำให้ซื้อรุ่นและยีห้อเดียวกันจะดีกว่า
และควรเป็น การ์ดแบบ PCI เพราะสามารถส่งข้อมูลได้เร็วกว่าแบบ ISAและเมนบอร์ดรุ่นใหม่ๆมักจะไม่มี Slot  ISA ควรเป็นการ์ดที่มีความเร็วเป็น 100 Mbps
ซึ่งจะมีราคามากกว่าการ์ดแบบ 10 Mbps ไม่มากนัก แต่ส่งขอมูลได้เร็วกว่า นอกจากนี้คุณควรคำหนึงถึงขั้วต่อหรือคอนเน็กเตอร์ของการ์ดด้วยโดยทั่วไปคอนเน็กเตอร์ ของการ์ด LAN จะมีหลายแบบ เช่น BNC , RJ-45 เป็นต้น ซึ่งคอนเน็กเตอร์แต่ละแบบก็จะใช้สายที่แตกต่างกัน

รูปแบบการเชื่อมต่อเครือข่ายไร้สาย

รูปแบบการเชื่อมต่อเครือข่ายไร้สาย

Peer-to-peer ( ad hoc mode )
        รูปแบบการเชื่อมต่อระบบแลนไร้สายแบบ Peer to Peer เป็นลักษณะ การเชื่อมต่อแบบโครงข่ายโดยตรงระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ จำนวน 2 เครื่องหรือมากกว่านั้น เป็นการใช้งานร่วมกันของ wireless adapter cards โดยไม่ได้มีการเชื่อมต่อกับเครือข่ายแบบใช้สายเลย โดยที่เครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องจะมีความเท่าเทียมกัน สามารถทำงานของตนเองได้และขอใช้บริการเครื่องอื่นได้ เหมาะสำหรับการนำมาใช้งานเพื่อจุดประสงค์ในด้านความรวดเร็วหรือติดตั้งได้ โดยง่ายเมื่อไม่มีโครงสร้างพื้นฐานที่จะรองรับ ยกตัวอย่างเช่น ในศูนย์ประชุม, หรือการประชุมที่จัดขึ้นนอกสถานที่ 


Client/server (Infrastructure mode) 

        ระบบเครือข่ายไร้สายแบบ Client / server หรือ Infrastructure mode เป็นลักษณะการรับส่งข้อมูลโดยอาศัย Access Point (AP) หรือเรียกว่า “Hot spot” ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมต่อระหว่างระบบเครือข่ายแบบใช้สายกับเครื่อง คอมพิวเตอร์ลูกข่าย (client) โดยจะกระจายสัญญาณคลื่นวิทยุเพื่อ รับ-ส่งข้อมูลเป็นรัศมีโดยรอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในรัศมีของ AP จะกลายเป็น เครือข่ายกลุ่มเดียวกันทันที โดยเครื่องคอมพิวเตอร์ จะสามารถติดต่อกัน หรือติดต่อกับ Server เพื่อแลกเปลี่ยนและค้นหาข้อมูลได้ โดยต้องติดต่อผ่านAP เท่านั้น ซึ่ง AP 1 จุด สามารถให้บริการเครื่องลูกข่ายได้ถึง 15-50 อุปกรณ์ ของเครื่องลูกข่าย เหมาะสำหรับการนำไปขยายเครือข่ายหรือใช้ร่วมกับระบบเครือข่ายแบบใช้สายเดิม ในออฟฟิต, ห้องสมุด หรือในห้องประชุม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้มากขึ้น

เครือข่ายแลนไร้สาย

เครือข่ายแลนไร้สาย

แลนไร้สาย หรือ ไวเลสแลน (Wireless LAN, WLAN) คือระบบที่เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์เข้าเข้าด้วยกันเป็นเครือข่ายภายในพื้นที่แบบไร้ สาย โดยใช้คลื่นความถี่ วิทยุใน การเชื่อมต่อหรือสื่อสารกัน การเชื่อมต่อแลนไร้สายมีทั้งแบบเชื่อมต่อระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยกัน และเชื่อมต่อระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านอุปกรณ์กระจายสัญญาณ (Access Point)
        คำว่า ไวเลส (Wireless) คือ ไม่มีสาย ลองนึกภาพถึงแลนปกติที่เชื่อมต่อกันระหว่างคอมพิวเตอร์กับสวิตซ์ (Switch) หรือฮับ (Hub) ด้วยสายสัญญาณที่เรียกว่า สาย UTP แต่ไวเลส คือการเชื่อมต่อที่ไม่มีมีสายแลนนั่นเอง
        แลน (LAN or Local Area Network) คือระบบที่เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์เข้าเข้าด้วยกันเป็นเครือข่ายภายในพื้นที่ เช่นระบบแลนภายในบ้าน ในบริษัทหรือองค์กร ในมหาวิทยาลัย เป็นต้น
        มาตราฐานความเร็วของแลนไร้สาย ความเร็วที่ใช้ในการสื่อสารกันหรือเชื่อมต่อกัน มีมาตราฐานรองรับ เช่น IEEE 802.11a, b และ g ซึ่งแต่ละมาตราฐานจะบอกถึงความเร็วและคลื่นความถี่ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสาร กัน เช่น
สำหรับมาตรฐาน IEEE 802.11a มีความเร็วสูงสุดที่ 54 Mbps ที่ความถี่ย่าน 5 GHz
สำหรับมาตรฐาน IEEE 802.11b มีความเร็วสูงสุดที่ 11 Mbps ที่ความถี่ย่าน 2.4 GHz
สำหรับมาตรฐาน IEEE 802.11g มีความเร็วสูงสุดที่ 54 Mbps ที่ความถี่ย่าน 2.4 GHz

ยกเลิกไดรว์ที่กำหนด

ยกเลิกไดรว์ที่กำหนด

ยกเลิกการเชื่อมต่อบัญชีของคุณ

หากต้องการหยุดซิงค์อย่างสมบูรณ์ คุณสามารถลงชื่อออกจากบัญชี
ในคอมพิวเตอร์ ให้คลิกสำรองและซิงค์ข้อมูล Backup and Sync
คลิกเพิ่มเติม เพิ่มเติม จากนั้น ค่ากำหนด
คลิกการตั้งค่า
คลิกยกเลิกการเชื่อมต่อบัญชี
คลิกยกเลิกการเชื่อมต่อ

การแมปไดรว์ในเครือข่าย

การแมปไดรว์ในเครือข่าย
ในขั้นตอนแรก ให้เราทำการคลิ๊ก Start Program แล้วเลือกเมนู run เลยครับ


เมื่อคลิ๊กเข้ามาแล้วให้เราทำการพิมพ์ชื่อเครื่องหรือหมายเลขไอพีแอดเดรส ของเครื่องเซิร์ฟเวอร์เลยครับ โดยมี \\ นำหน้าครับ



เช่น \\หมายเลขไอพีหรือชื่อเครื่อง 



ตัวอย่าง เครื่องเซิร์ฟเวอร์ชื่อ ServerShare มีไอพีแอดเดรสคือ 192.168.1.1



ให้พิมพ์ไปเลยครับ \\ServerShare หรือ \\192.168.1.1 ในกรณีใดกรณีหนึ่งไม่ได้ครับ





จากนั้น เมื่อเข้ามาได้แล้วก็จะพบกับหน้าจอล็อกอินครับ ให้เราใส่ชื่อ username และ password ที่ได้มาจากผู้ดูแลระบบครับ ในหน้านี้หากเรากรอก username และ password เรียบร้อยแล้ว ในช่องเล็กๆ ด้านล่างครับ หากติ๊กใส่เครื่องหมายถูกจะเป็นการ memory โดยถาวร หากไม่ใส่เครื่องหมายถูก เวลาที่เราเข้าใช้งานไดร์วทุกครั้งจะทำการถาม username และ password ตลอดครับ ก็แล้วแต่ว่าใครจะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ (ในการใส่พาสเวิร์ดควรถามผู้ดูแลระบบด้วยว่า จำกัดจำนวนครั้งที่ใส่ผิดได้กี่ครั้งครับ)





เมื่อเราใส่ username และ password ได้อย่างถูกต้องแล้ว หน้าจอถัดมาก็จะเป็นการเข้ามาที่ไดร์วที่ทำการแชร์ได้แล้วครับ 



ขั้นตอนต่อไปเป็นการแมพไดร์วมาไว้ที่เครื่องเลยครับ ทำตามได้เลย
1. ก็อบปี้ Address ของ server เลยครับ




2. เลือกที่ Tool แล้วเลือกที่ Map Network Drive



3. จะมีหน้าจอมาให้เราทำการเลือกไดร์ว เลือกไดร์วที่ต้องการเลยครับ



4. จากนั้น นำข้อความ Address ของ server ที่เราทำการ copy มาเมื่อกี้ วางลงไปในช่อง โฟลเดอร์เลยครับ (ช่องที่ขีดสีดำ) โดยการกดปุ่ม Ctrl+v หรือไม่ก็คลิ๊กขวา แล้วก็ past เลยครับ



แล้วก็กดปุ่ม Finish ก็เป็นอันเสร็จสิ้นการ Map Network Drive แล้วครับ

โปรแกรม outlook express คือ

โปรแกรม outlook express คือ Microsoft Outlook Express เป็นโปรแกรมอีเมฟรี พื้นฐาน คุณสามารถนำเข้าข้อความอีเมลและข้อมูลบัญชีผู้ใช้จาก Outloo...